วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
ตลาดวังหลัง


ความเป็นมาของตลาดวังหลัง
ปัจจุบันวังหลังเป็นตั้งของโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งแต่ก่อนเคยเป็นโรงเรียนสตรีแห่งแรกของประเทศ ชื่อว่า โรงเรียนกุลสตรีวังหลัง ต่อมาย้ายไปอยู่ที่ ซ. วัฒนา ถ. สุขุมวิท ซึ่งก็คือ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยในปัจจุบันนั่นเอง ต่อมาสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงสงขลานครินทร์ ทรงจัดตั้งโรงพยาบาลศิริราชขึ้นแทน วังหลังในปัจจุบันไม่เหลือเค้าความเป็นวังอยู่เลย ที่เหลืออยู่คงเป็นเพียงชื่อท่า “วังหลัง” เท่านั้นเอง เมื่อข้ามฟากมาถึงแล้ว บริเวณนี้จัดว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งอีกแหล่งของกรุงเทพฯ มีสินค้าต่างๆ ขายมากมาย โดยเฉพาะในวันพุธ ที่ตรอกวังหลังจะมีตลาดนัด คนชอบของมือสองไม่ควรพลาด จากตรอกวังหลังนี้เดินไปทางวัดระฆัง จะเห็นแนวกำแพงอยู่ทางขวามือ ซึ่งเป็นกำแพงวังสวนมังคุด ซึ่งเป็นวังของสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากรมพระยาสุภาวดี ที่เคยตั้งอยู่ในเขตวังหลัง วังหลังในปัจจุบันไม่เหลือเค้าความเป็นวังอยู่เลย ที่เหลืออยู่คงเป็นเพียงชื่อท่า “วังหลัง”เท่านั้นเอง เมื่อข้ามฟากมาถึงแล้ว บริเวณนี้จัดว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งอีกแหล่งของกรุงเทพฯ มีสินค้าต่างๆ ขายมากมาย โดยเฉพาะในวันพุธ ที่ตรอกวังหลังจะมีตลาดนัด คนชอบของมือสองไม่ควรพลาด จากตรอกวังหลังนี้เดินไปทางวัดระฆัง จะเห็นแนวกำแพงอยู่ทางขวามือ ซึ่งเป็นกำแพงวังสวนมังคุด ซึ่งเป็นวังของสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากรมพระยาสุภาวดี ที่เคยตั้งอยู่ในเขตวังหลังนอกจากวังหลังจะเป็นแหล่งช้อปปิ้งในตอนกลางวันแล้ว ยามพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งรวมของอร่อยๆ นานาชนิดอีกด้วย ถ้ายังไงลองหาโอกาสไปชิมดูนะคะ
การเดินทาง
1.เรือข้ามฟาก จากท่าช้างหรือท่าพระจันทร์ก็ได้ จากประตูท่าเรือ ให้เดินไปทางขวานิดนึง แล้วเลี้ยวซ้ายตรงหัวมุม ตรงไปอีกนิดจะเจอช่องทางเดินด้านขวาก็ออกไปจน เจอถนน ตรงหน้าก็คือ ร.พ.ศิริราชทีนี้ให้เลี้ยวซ้ายเดินเลาะไปตามทางเดิน ด้านซ้ายคือแผงเสื้อผ้า ด้านขวาคือแผงของกิน เดินไปจนสุดเสื้อผ้า จะเจอตรอกกว้างขนาด 4-5 เมตรอยู่ตรงหน้า มีคนเดินพลุกพล่าน เลี้ยวซ้ายไปเลยค่ะตรงไปเรื่อยๆ ประมาณ 200 เมตร จนเจอตรอกด้านขวามือ เลี้ยวตามฝูงชนไป ตอนนี้ก็เริ่มสอดส่ายสายตาหาที่จับจ่ายได้เลย
2. รถเมล์ สายที่ผ่าน สาย 57, 149, 146, 19, 81, 91 และอีกหลายสายที่ผ่านโรงพยาบาลศิริราช ลงป้ายรถเมล์หน้าโรงพยาบาลแล้วเดินขึ้นมาที่สี่แยก เลี้ยวซ้ายแล้วข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาล เห็นซอยที่มี 7/11 (7/11 อยู่ในซอย ต้องสังเกตหน่อย) เมื่อไหร่ ก็เลี้ยวเข้าไปได้เลย นั่นแหละตลาดวังหลัง
ปัจจุบันวังหลังเป็นตั้งของโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งแต่ก่อนเคยเป็นโรงเรียนสตรีแห่งแรกของประเทศ ชื่อว่า โรงเรียนกุลสตรีวังหลัง ต่อมาย้ายไปอยู่ที่ ซ. วัฒนา ถ. สุขุมวิท ซึ่งก็คือ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยในปัจจุบันนั่นเอง ต่อมาสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงสงขลานครินทร์ ทรงจัดตั้งโรงพยาบาลศิริราชขึ้นแทน วังหลังในปัจจุบันไม่เหลือเค้าความเป็นวังอยู่เลย ที่เหลืออยู่คงเป็นเพียงชื่อท่า “วังหลัง” เท่านั้นเอง เมื่อข้ามฟากมาถึงแล้ว บริเวณนี้จัดว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งอีกแหล่งของกรุงเทพฯ มีสินค้าต่างๆ ขายมากมาย โดยเฉพาะในวันพุธ ที่ตรอกวังหลังจะมีตลาดนัด คนชอบของมือสองไม่ควรพลาด จากตรอกวังหลังนี้เดินไปทางวัดระฆัง จะเห็นแนวกำแพงอยู่ทางขวามือ ซึ่งเป็นกำแพงวังสวนมังคุด ซึ่งเป็นวังของสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากรมพระยาสุภาวดี ที่เคยตั้งอยู่ในเขตวังหลัง วังหลังในปัจจุบันไม่เหลือเค้าความเป็นวังอยู่เลย ที่เหลืออยู่คงเป็นเพียงชื่อท่า “วังหลัง”เท่านั้นเอง เมื่อข้ามฟากมาถึงแล้ว บริเวณนี้จัดว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งอีกแหล่งของกรุงเทพฯ มีสินค้าต่างๆ ขายมากมาย โดยเฉพาะในวันพุธ ที่ตรอกวังหลังจะมีตลาดนัด คนชอบของมือสองไม่ควรพลาด จากตรอกวังหลังนี้เดินไปทางวัดระฆัง จะเห็นแนวกำแพงอยู่ทางขวามือ ซึ่งเป็นกำแพงวังสวนมังคุด ซึ่งเป็นวังของสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากรมพระยาสุภาวดี ที่เคยตั้งอยู่ในเขตวังหลังนอกจากวังหลังจะเป็นแหล่งช้อปปิ้งในตอนกลางวันแล้ว ยามพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งรวมของอร่อยๆ นานาชนิดอีกด้วย ถ้ายังไงลองหาโอกาสไปชิมดูนะคะ
การเดินทาง
1.เรือข้ามฟาก จากท่าช้างหรือท่าพระจันทร์ก็ได้ จากประตูท่าเรือ ให้เดินไปทางขวานิดนึง แล้วเลี้ยวซ้ายตรงหัวมุม ตรงไปอีกนิดจะเจอช่องทางเดินด้านขวาก็ออกไปจน เจอถนน ตรงหน้าก็คือ ร.พ.ศิริราชทีนี้ให้เลี้ยวซ้ายเดินเลาะไปตามทางเดิน ด้านซ้ายคือแผงเสื้อผ้า ด้านขวาคือแผงของกิน เดินไปจนสุดเสื้อผ้า จะเจอตรอกกว้างขนาด 4-5 เมตรอยู่ตรงหน้า มีคนเดินพลุกพล่าน เลี้ยวซ้ายไปเลยค่ะตรงไปเรื่อยๆ ประมาณ 200 เมตร จนเจอตรอกด้านขวามือ เลี้ยวตามฝูงชนไป ตอนนี้ก็เริ่มสอดส่ายสายตาหาที่จับจ่ายได้เลย
2. รถเมล์ สายที่ผ่าน สาย 57, 149, 146, 19, 81, 91 และอีกหลายสายที่ผ่านโรงพยาบาลศิริราช ลงป้ายรถเมล์หน้าโรงพยาบาลแล้วเดินขึ้นมาที่สี่แยก เลี้ยวซ้ายแล้วข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาล เห็นซอยที่มี 7/11 (7/11 อยู่ในซอย ต้องสังเกตหน่อย) เมื่อไหร่ ก็เลี้ยวเข้าไปได้เลย นั่นแหละตลาดวังหลัง
วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
บล็อก คืออะไร
บล็อก (BLOG) คืออะไร
บล็อกมาจากการผสมคำระหว่าง WEB ( Wolrd Wide Web) +LOG (บันทึก) = BLOG คือ เว็บไซต์ที่เจ้าของ หรือ Blogger สามารถบันทึกเรื่องราวของตนเองลงในเว็บได้ตลอดเวลา การสร้างเว็บบล็อกสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ไม่ซับซ้อน ไม่เสียสตางค์ ไม่จำเป็นต้องรู้ภาษา HTML อย่างน้อยขอให้มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์
ภายในเว็บบล็อก จะมีระบบบริหารจัดการเว็บไซต์พื้นฐานให้แล้ว โดยการสร้างเครื่องมือสำหรับ เขียนเรื่อง โพสรูป จัดหมวดหมู่ และลูกเล่นอื่นๆ ที่ผู้จัดทำพยายามสร้างเพื่อดึงดูดผู้คนจากทั่วโลก ให้เข้าไปใช้บริการ เสน่ห์ของบล็อกอยู่ที่ผู้อ่านและผู้เขียนสามารถโต้ตอบกันได้ (Interactive) โดยการแสดงความคิดเห็นต่อท้ายที่เรื่องนั้นๆ
บางคนมองว่าการเขียนบล็อก ก็คือการเขียนไดอารี่ออนไลน์ แท้ที่จริง ไดอารี่ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบล็อกเท่านั้น คุณเปิดบล็อกขึ้นมาไม่ใช่เพื่อเขียนเรื่องราวในชีวิตประจำวันอย่างเดียว แต่สามารถใส่ความรู้ ประสบการณ์ เพื่อเป็นวิทยาทานให้คนอื่นๆ เช่น คุณหมอ เปิดบล็อกแนะนำเรื่องสุขภาพ เป็นต้น
บล็อก คือ สื่อใหม่ (New Media) เป็นปรากฎการณ์ที่เปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารในอดีตอย่างสิ้นเชิง คนเขียนบล็อก สามารถทำหน้าที่เป็นสื่อด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งสื่อสารมวลชน เขาสามารถสื่อสารกันเองในกลุ่มเล็กๆ หรือกลุ่มใหญ่ก็ได้ ถ้าเรื่องไหน เป็นที่ถูกใจ ของชาวบล็อก ชาวเน็ต คนๆ นั้น อาจจะดังได้เพียงชั่วข้ามคืน โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยสื่อหลักช่วยเลย
ค้นหาจาก
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=66
บล็อกมาจากการผสมคำระหว่าง WEB ( Wolrd Wide Web) +LOG (บันทึก) = BLOG คือ เว็บไซต์ที่เจ้าของ หรือ Blogger สามารถบันทึกเรื่องราวของตนเองลงในเว็บได้ตลอดเวลา การสร้างเว็บบล็อกสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ไม่ซับซ้อน ไม่เสียสตางค์ ไม่จำเป็นต้องรู้ภาษา HTML อย่างน้อยขอให้มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์
ภายในเว็บบล็อก จะมีระบบบริหารจัดการเว็บไซต์พื้นฐานให้แล้ว โดยการสร้างเครื่องมือสำหรับ เขียนเรื่อง โพสรูป จัดหมวดหมู่ และลูกเล่นอื่นๆ ที่ผู้จัดทำพยายามสร้างเพื่อดึงดูดผู้คนจากทั่วโลก ให้เข้าไปใช้บริการ เสน่ห์ของบล็อกอยู่ที่ผู้อ่านและผู้เขียนสามารถโต้ตอบกันได้ (Interactive) โดยการแสดงความคิดเห็นต่อท้ายที่เรื่องนั้นๆ
บางคนมองว่าการเขียนบล็อก ก็คือการเขียนไดอารี่ออนไลน์ แท้ที่จริง ไดอารี่ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบล็อกเท่านั้น คุณเปิดบล็อกขึ้นมาไม่ใช่เพื่อเขียนเรื่องราวในชีวิตประจำวันอย่างเดียว แต่สามารถใส่ความรู้ ประสบการณ์ เพื่อเป็นวิทยาทานให้คนอื่นๆ เช่น คุณหมอ เปิดบล็อกแนะนำเรื่องสุขภาพ เป็นต้น
บล็อก คือ สื่อใหม่ (New Media) เป็นปรากฎการณ์ที่เปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารในอดีตอย่างสิ้นเชิง คนเขียนบล็อก สามารถทำหน้าที่เป็นสื่อด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งสื่อสารมวลชน เขาสามารถสื่อสารกันเองในกลุ่มเล็กๆ หรือกลุ่มใหญ่ก็ได้ ถ้าเรื่องไหน เป็นที่ถูกใจ ของชาวบล็อก ชาวเน็ต คนๆ นั้น อาจจะดังได้เพียงชั่วข้ามคืน โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยสื่อหลักช่วยเลย
ค้นหาจาก
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=66
วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
การสร้างภาพกลางวันให้เป็นกลางคืน โดยการใช้โปรแกรม Photoshop
ขั้นตอนที่1. ให้ทำการเปิดไฟล์ภาพที่เราจะมาทำ Effects ขึ้นมาดังตัวอย่าง
ขั้นตอนที่2. จากนั้นให้ทำการ Copy ภาพนั้นให้เป็น Layer ( Edit --> Copy แล้วทำการสร้างไฟล์โดยมาที่ file --> New แล้วทำการ Edit --> Paste ก็จะได้ไฟล์ใหม่ขึ้นมา )
ขั้นตอนที่ 3. จากให้ทำการสร้างแสงโดยมาที่ Filter --> Rander --> Lens Flare แล้วทำการหามุมที่จะให้แสงเข้าดังตัวอย่าง...
ขั้นตอนที่ 4. จากนั้นให้ทำการปรับภาพให้เป็นตอนกลางคืนโดยใช้ Image --> Adjust --> Channel Mixer ปรับค่าต่างๆ
ขั้นตอนที่ 5. ให้สร้าง Layer ขึ้นมาใหม่แล้วทำการสร้างเส้น Selection โดยใช้อุปกรณ์ Marqee Toolจากนั้นให้ทำการ Feather โดยมาที่ Select --> Feather ให้ปรับค่า Feather Radius = 10 pixelsแล้วทำการสร้าง Layer ขึ้นมาใหม่แล้วทำการเลือกสี Foregound Coler เป็นสีเหลืองอ่อน ( RGB= 252 , 232 , 4 )แล้วให้ทำการFill สีลงไป ( Edit --> Fill , Use = Foregound Coler ) ขั้นตอนที่6.จากนั้นให้ทำการสร้างเส้น Selection ขึ้นมาเหมือนเดิมแล้วทำการ Feather โดยปรับค่าFeather Radius = 5 pixels แล้วทำการ Fill สีเราเลือกลงไปก็จะได้ดังภาพก็เป็นการเสร็จกระบวนการ..
************************************************************************
เทคนิคการเปลี่ยนแผ่นสไลด์ บนโปรแกรม PowerPoint
เมื่อทำงานที่จะนำเสนอเสร็จเรียบร้อยแล้ว เลือกเมนู Slide Show>Slide Transition
1 เลือกแบบการเปลี่ยนแผ่นสไลด์
เมื่อทำงานที่จะนำเสนอเสร็จเรียบร้อยแล้ว เลือกเมนู Slide Show>Slide Transition
1 เลือกแบบการเปลี่ยนแผ่นสไลด์
2 เลือกว่าจะใช้เมาท์คลิกเพื่อเปลี่ยนแผ่นสไสด์หรือว่าจะจับเวลาแล้วเปลี่ยนเอง
3 เลือกเสียงถ้าต้องการใส่เสียงเวลาที่สไสด์เปลี่ยนแผ่นเสร็จแล้วคลิกที่ Apply หรือ Apply to All
ทดลองเปลี่ยนแผ่นสไลด์ดูถ้าไม่ถูกใจก็สามารถเข้าไปแก้ไขได้
ทดลองเปลี่ยนแผ่นสไลด์ดูถ้าไม่ถูกใจก็สามารถเข้าไปแก้ไขได้
*****************************************************************
การสร้างตัวอักษรน้ำแข็ง โดยใช้โปรแกรม Photoshop
ขั้นตอนที่1.สร้างไฟล์ใหม่ขึ้นมาขนาดใดก็ได้ Mode=RGB colors ให้แบ็คกลาวสีดำ
ขั้นตอนที่2.เมื่อได้ไฟล์ใหม่ที่มีพื้นหลังเป็นสีดำ ให้ทำการพิมพ์ตัวอกษรโดยใช้สีขาว..เพื่อให้สามารถเล่น Effects ได้โดยมาที่ Layer --> Type --> Render Layer จะสังเกตตัว T จะหายไป
ขั้นตอนที่3.เมื่อได้ตัวอักษรสีขาวแล้ว ให้สร้างเส้น Selection ล้อมรอบตัวอักษรโดยมาที่ Selec --> Load Selection
ขั้นตอนที่4.ให้รวม layer เข้ากับ Back ground โดยมาที่ layer --> Fiatten Image เสร็จแล้วให้มาที่ Filter --> Pixelate --> Crystallize ปรับค่า Cell Size = 8
ขั้นตอนที่5. เสร็จแล้วให้มาที่ Noise --> Add Noise ปรับค่า ต่างๆดังภาพ..
ขั้นตอนที่6.ให้ Fill สีขาวเข้าไปในตัวอักษร โดยมาที่ Edit --> Fill
ขั้นตอนที่7.ทำการ Blur ตัวอักษร โดยมาที่ Filter --> Blur --> ปรับค่า Radius = 5.0 pixels
ขั้นตอนที่8.ให้พลิกตัวอักษร โดยมาที่ Image -->Rotate Canvas --> 90
ขั้นตอนที่9.เมื่อตัวอักษรพลิกแล้วให้มาที่ Filter --> Stylize --> Wind ปรับค่าต่างๆ ดังภาพ.
ขั้นตอนที่10.เสร็จแล้วให้พลิกตัวอักษรกลับตามเดิมโดยมาที่ Image -->Rotate Canvas --> 90
ขั้นตอนที่11.เพื่อให้คล้ายกับน้ำแข็งยิ่งขึ้น ให้มาที่ Image --> Adjust -->Colorf Balance ปรับต่างๆ. เราก็จะได้ตัวอักษรน้ำแข็ง.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)